ยั่วน้ำลายกับบุพเฟ่ทะเลและปูอลาสก้ายักษ์ ที่ Le Méridien Suvarnabhumi

ยั้วน้ำลายกับบุพเฟ่ทะเลและปูอลาสก้ายักษ์
@ Le Méridien Suvarnabhumi

บุกไปกินปูอลาสก้ายักษ์แบบสดๆ ที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น พร้อมด้วยเมนูบุพเฟ่อาหารทะเลอีกหลากหลาย ในบรรยากาศโรแมนติก ให้ดินเนอร์มื้อนี้เป็นมื้อพิเศษที่ห้ามพลาดกันที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ

Le Méridien Suvarnabhumi, บุพเฟ่อาหารทะเล, ปูอลาสก้ายักษ์, โรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ

บุกห้องอาหารของโรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ (Le Méridien Suvarnabhumi) ที่ยกเอาทะเลมาไว้ให้เราสนุกกับมื้ออาหารแบบไม่แคร์แคลอรี่ โดยเฉพาะเมื่อห้องอาหารของโรงแรมนี้นำเสนอความสดใหม่ทั้งจากวัตถุดิบและจากการปรุง พร้อมกับเพิ่มกิมมิกความอร่อยแบบไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือน อย่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2560 โรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมินำเสนอความอร่อยของ “ปูอลาสก้ายักษ์” ที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่นก็ฟินได้ ที่สำคัญยังมาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษให้เราเลือกรับประทานได้ 2 สไตล์คือ

  • Taste of Discovery Dinner Buffet บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ ในราคา 1,800++ บาท/ท่าน เปิดให้บริการทุกวันศุกร์และเสาร์ เวลา 18.00-22.00 น.
  • Sparkling Sunday Brunch บุฟเฟ่ต์ซันเดย์บรันซ์ ในราคา 2,200++ บาท/ท่าน รวมเครื่องดื่ม และราคา 2,700++ บาท/ท่าน รวมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เปิดให้บริการทุกวันอาทิตย์ เวลา 12.00-15.00 น. พิเศษ! รับฟรีล๊อบส์เตอร์ครึ่งตัวสำหรับ 1 ท่าน พร้อมสิทธิประโยชน์เข้าใช้สระว่ายน้ำและเลอเมอริเดียนแฟมิลี่คิดส์คลับฟรี

เริ่มจากการเสิร์ฟความอร่อยแบบนานาชาติ ซึ่งแม้ที่นี่จะเน้นบุพเฟ่อาหารทะเลเป็นเมนูหลัก แต่ยังมีอาหารประเภทอื่นมาให้เลือกชิม โดยทางโรงแรมได้จัดแบ่งโซนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นโซนอาหารญี่ปุ่นกับซูซิและซาซิมิหลากหลายหน้า แน่นอนว่ามีปลาแซลมอนของโปรดใครหลายคนให้ทานแบบไม่อั้น แต่หากใครลิ้มลองอาหารไทยรสแซ่บอย่างส้มตำ โรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะได้จัดซุ้มเสิร์ฟเมนูส้มตำไว้เสิร์ฟอีกด้วย หรือจะลิ้มลองเมนูตะวันตกก็ไม่ว่ากัน

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจของห้องอาหารที่นี่คือ การเสิร์ฟอาหารปรุงสดใหม่แบบจานต่อจาน โดยจะมีเมนูตัวอย่างตั้งวางไว้หน้าเคาน์เตอร์ครัว ให้เราได้เลือกและสั่งได้ตามต้องการ หลังจากนั้นเชฟจะทำการปรุง พร้อมเสิร์ฟให้เราได้ชิมแบบร้อนๆ ซึ่งการได้ทานอาหารที่ปรุงสดใหม่ยิ่งขับให้วัตถุดิบที่สดใหม่อร่อยยิ่งขึ้น ขณะที่อาหารทะเลอื่นๆ อย่างปูอลาสก้ายักษ์ ปลาหมึก ปูม้า กุ้ง หอยนางรม ฯลฯ คัดสรรมาอย่างดี ทั้งขนาดและความสดใหม่ ให้เราตักและเลือกทานได้แบบไม่อั้น โดยมีบริการย่างให้ด้วย

อย่างเมนูอาหารทะเลย่างที่จัดใส่จานหรูหราชวนตื่นตาและยังให้รสสดใหม่ทั้งกุ้งเผาตัวโต ปูม้าเนื้อแน่น หอยนางรมสดๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด และที่ขาดไม่ได้คือปูอลาสก้ายักษ์ที่อัดแน่นด้วยเนื้อหวานๆ จนหยุดไม่อยู่ ขณะที่เมนูอื่นๆ ก็ชวนลิ้มลองไม่แพ้กัน อาทิ Crab Meat Aglio Olio พาสต้าเส้นฟูซิลี่ (fusilli) ผัดน้ำมันมะกอก เสิร์ฟพร้อมเนื้อปูแบบเน้นๆ, Deep Fried Soft Shell Crab with Chilli Salt เมนูปูนิ้มทอดกรอบที่นำไปผัดกับเครื่องเทศจนได้ความอร่อยที่ลงตัว

ตัดอาหารคาวกันด้วยเมนูขนมหวาน ทั้งขนมหวานสไตล์ตะวันตกและขนมหวานสไตล์ไทยๆ อีกทั้งหลายทุกเมนูและทุกชิ้นล้วนทำสดใหม่แบบวันต่อวัน โดยเฉพาะไอศกรีมที่เป็นไอศกรีมโฮมเมดที่มีรสเข้มข้นถึงเครื่อง

แน่นอนว่านอกจากอาหารที่ชวนฟินแล้ว บรรยากาศของห้องอาหารก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เริ่มจากภายในห้องอาหารที่แม้จะเน้นความหรูหรา แต่แฝงบรรยากาศโรแมนติกกึ่งอบอุ่นผ่านการเล่นแสงไฟ ขณะเดียวกันก็ออกแบบให้ครัวเปิดเอาไว้กลางห้องอาหาร เพื่อให้เราได้ชมการปรุงอาหารแบบสดๆ ของเชฟ ขณะที่เมนูอาหารต่างๆ ก็จัดแยกโซนอย่างเป็นระเบียบ และง่ายต่อการตักมารับประทาน

ที่สำคัญห้องอาหารแห่งนี้ยังรายล้อมด้วยผนังกระจกบานใหญ่ เพื่อเปิดวิวสนามกอล์ฟสีเขียวไกลสุดสายตา แม้ในยามค่ำคืนก็ยังเห็นวิวสนามกอล์ฟ และดาวบนท้องฟ้าที่หาชมได้ยากในกรุงเทพ ขณะเดียวกันด้านหน้าห้องอาหารยังออกแบบให้เป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ เสริมให้ดินเนอร์และบ่ายวันอาทิตย์กลายเป็นมื้อพิเศษที่ไม่ควรพลาด

Le Méridien Suvarnabhumi
• Address: 789 หมู่ 14 ถนนบางนา – ตราด กิโลเมตรที่ 10.5
• Map: goo.gl/maps/xkQyXT7GX6m
• Tel: 02-118-7777
• Web: www.lemeridiensuvarnabhumi.com

Story: Taliw
Photo: Sroisuwan.T

About the author