ชุ่มฉ่ำ แต่ไม่เฉอะแฉะกับ 5 คาเฟ่ที่ให้เราหนีฝนไปพักเหนื่อย

ชุ่มฉ่ำ แต่ไม่เฉอะแฉะกับ 5 คาเฟ่ที่ให้เราหนีฝนไปพักเหนื่อย

ช่วงนี้ฟ้าฝนไม่เป็นใจให้เราเดินทางไปเที่ยวไกลๆ สักเท่าไร จึงได้แต่แวะคาเฟ่ใกล้บ้านไปปล่อยอารมณ์ความเครียด วันนี้เราจึงเลือก 5 คาเฟ่บรรยากาศดี เครื่องดื่มอร่อยในทำเล 5 ย่านมาฝากเป็นตัวเลือก เผื่อวันว่างๆ ในวันฝนตกจะได้ไม่เหงา

01. KINN kaffe & craft

คาเฟ่ที่รีโนเวทจากบ้านร้างให้กลายเป็นคาเฟ่ในสวน ความโดดเด่นของคาเฟ่แห่งนี้คงเป็นเสน่ห์แบบบ้านต่างจังหวัด โดยเฉพาะบ้านไม้ชั้นครึ่งที่ถูกนำมารีโนเวทให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจที่คัดสรรมาอย่างลงตัว ผนวกกับโครงสร้างบ้านเดิมที่คงเอาไว้ ถึงไม่เก๋ไก๋ตามสมัยนิยมแต่กลับขับให้คาเฟ่แห่งนี้แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ผนวกกับการมีสวนล้อมรอบบ้าน ทำให้ KINN เป็นคาเฟ่ร่มรื่นชวนรื่นรมย์แม้ในวันฝนพรำ

เมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่ แนะนำให้ลอง “KINN Iced Kaffe” ที่ครีเอทความอร่อยในรสชาติใหม่ผ่านไซรัปบลูฮาวายที่ให้รสหวานและหอมผสมผสานกับความเข้มของช็อตเอสเปรซโซ่เข้มข้นอย่างลงตัว ไม่ลืมที่จะสั่งขนมหวานอย่างเค้กมาทานคู่กัน หรือใครอยากได้กาแฟเข้มๆ แนะนำ “Espresso Macchiato” ที่เสิร์ฟความอร่อยของเมล็ดกาแฟไทยส่งตรงจากภาคเหนือ

ที่ตั้ง: ซอยลาดพร้าว 25 (ตรงเข้าไปเกือบสุดซอย)
เปิด-ปิด: (ปิดวันพุธ) เปิดเวลา 10.00 – 20.00 น.
อ่านเต็มๆ ได้ที่

KINN kaffe & craft ปัดฝุ่นความฝันกับการเปลี่ยนบ้านร้างเป็นคาเฟ่ในสวน


02. Holm Humble

คาเฟ่ที่เสิร์ฟบรรยากาศอบอุ่นที่แฝงดีไซน์เท่ๆ มาพร้อมแนวคิด ‘ไม่พยายามให้เป็นอะไรเลย’ โดยเปลี่ยนพื้นที่ชั้นหนึ่งให้เป็นคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นที่แฝงดีไซน์เท่ๆ ตามความชอบและสไตล์ของเจ้าของร้าน ไม่ว่าจะเป็นผนังปูนลอกสี เพดานเปิดโล่ง เฟอร์นิเจอร์สไตล์ที่ชอบกับการจัดวางที่ไม่แออัด พร้อมกับครัวเล็กๆ กึ่งโอเพ่น ทำให้ Holm Humble เป็นคาเฟ่ที่ไม่แต่งเยอะ แต่ทุกอย่างกลับลงตัวอย่างพอเหมาะ Holm Humble จึงเปรียบเสมือนล็อบบี้ของคนย่านนี้ได้แวะไปนั่งเล่นจิบเครื่องดื่มให้สบายอารมณ์ก่อนกลับเข้าบ้าน

เมนูของที่นี่เน้นเสิร์ฟเครื่องดื่ม โดยมีเมนูเบาๆ ทานง่ายมาเป็นตัวเสริม แนะนำให้ลอง “Iced Coco Mint” เครื่องดื่มช็อกโกแลตเข้มข้นที่เติมความหอมสดชื่นด้วยกลิ่นมิ้นต์ ส่วนใครชอบดื่มชาต้องไม่พลาดกับ “Mixed Berry Cold Brew Tea” ชาผลไม้กลิ่นมิกซ์เบอร์รี่สกัดเย็นแบบ Caffeine-Free ที่ให้เราดื่มดับร้อน เสิร์ฟพร้อมเอลเดอร์ไซรัปให้เราเติมความหวาน ส่วนเมนูเบาๆ เราติดใจ “Khow – Tung – Nah – Tung” ข้าวตังสูตรเก่าของครอบครัว เป็นข้าวตังจากข้าวหอมมะลิที่นำมาหุงและตากแห้ง พร้อมทอดกรอบ ทานคู่กับน้ำจิ้มรสอร่อย เป็นเมนูทานเล่นชวนเพลิดเพลิน

ที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 34
เปิด-ปิด: เวลา 11.00 – 22.00 น. ปิดวันจันทร์
อ่านเต็มๆ ได้ที่

Holm Humble คาเฟ่ที่ลงตัวด้วยการ ‘ไม่พยายามให้เป็นอะไรเลย’


03. Eden’s

เปลี่ยนตึกเก่าบนถนนหลานหลวงแห่งนี้ให้เป็น Bake Shop ที่เสิร์ฟความอร่อยของขนมอบโฮมเมดเป็นเมนูหลัก ขณะเดียวกันก็เสิร์ฟเมนูอาหารเช้าและเมนูโทสต์เพื่อเติมเต็มความต้องการของลูกค้า โดยในแต่ละวันเราจะได้ลิ้มลองขนมอบทั้งขนมเค้ก พาย และทาร์ตกว่า 5-6 ชนิด ที่สำคัญทุกเมนูล้วนทำสดใหม่แบบวันต่อวัน เพราะเจ้าของร้านเชื่อว่า ‘ขนมมันอร่อยที่สุดตอนที่เราอบใหม่ๆ’ โดยมีบรรยากาศร้านมีเสน่ห์ที่ไม่อาจจำกัดสไตล์ได้

โดยเมนูที่เราได้ลิ้มลองอย่าง “Dark Beer Cake” เค้กที่ผสานความอร่อยจากเบียร์ดำกับโกโก้เอาไว้อย่างลงตัว เติมรสชาติให้โดดเด่นด้วยครีมชีสสีนวล ส่วนใครชื่นชอบเมนูทาร์ตต้องไม่พลาดกับ “Lemon Tart” ที่มีความพิเศษอยู่ที่การใช้เลม่อนคั้นสด แอบกระซิบอีกนิดว่าขนมอบเมนูนี้ค่อนข้างที่จะทำยากกว่าทุกตัว เพราะทางร้านตั้งใจอบแป้งให้มีความหนาพิเศษเพื่อให้ทาร์ตอยู่ทรง ขณะเดียวกันก็ให้รสเลม่อนแท้ๆ

ที่ตั้ง: 7/1 ถนนหลานหลวง (ตรงข้ามการบินไทย สาขาหลานหลวง)
เปิด – ปิด: อังคาร – ศุกร์ 9.00 – 17.00 น. และเสาร์ – อาทิตย์ 9.00 – 20.00 น. (หยุดวันจันทร์)
อ่านเต็มๆ ได้ที่

Eden’s ที่แห่งนี้ไม่ใช่คาเฟ่ แต่เป็น Bake Shop ที่เสิร์ฟความละมุนของรสชาติและอารมณ์


04. Bar Storia del Caffè

สะดุดตาตั้งแต่แรกพบคือคาเฟ่ดีไซน์วินเทจสีเขียวกับสถาปัตยกรรมที่ไม่จำกัดจินตนาการด้วยพื้นที่ Stand Alone ที่สร้างขึ้นใหม่ ทำให้คาเฟ่แห่งนี้กว้างขวางและน่าสบาย เริ่มจากความโดดเด่นของสีเขียวละมุนตาที่เลือกใช้ กลมกลืนกับวัสดุไม้ที่นำมาตกแต่ง โดยเฉพาะหน้าต่างและประตูทรงโค้งที่ช่วยเสริมให้อาคารหลังนี้คงเสน่ห์วินเทจ เติมบรรยากาศผ่อนคลายผ่านต้นไม้สีเขียวที่ประดับอยู่รอบร้าน ขณะที่ภายในมีบรรยากาศสบายๆ ในโทนสีเอิร์ธชวนละมุน

เมนูหลักของ Bar Storia del Caffe เน้นเสิร์ฟอาหารตะวันตกที่ปรับให้มีรสจัดจ้าน มาพร้อมกับความหลากหลายของเมนูที่ให้เราได้แวะทานได้ทั้งวัน แนะนำเมนู “Grilled Salmon Quinoa Salad” แซลมอนชิ้นโตที่นำไปย่างจนสุกกำลังดี เสิร์ฟพร้อมด้วยสลัดคีนัวที่ปรุงรสให้กลมกล่อมเข้ากับแซลมอนอย่างลงตัว กลายเป็นเมนูซุปเปอร์ฟู้ดที่อิ่มอร่อย ส่วนเครื่องดื่มอยากให้ลอง “Caramel Macchiato” ที่ให้รสละมุนและความหอมหวานจากคาราเมล ขณะเดียวกันก็คงความเข้มข้นของกาแฟ กลายเป็นกาแฟรสกลมกล่อมที่ชวนลิ้มลอง

ที่ตั้ง: ซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ
เปิด – ปิด: เปิดทุกวัน โดยจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 9.00 – 23.00 น. และศุกร์ – อาทิตย์ 9.00 – 24.00 น.
อ่านเต็มๆ ได้ที่

กลิ่นกรุ่นวินเทจใน Bar Storia del Caffè @Ari ที่แม้คาแรคเตอร์ไม่ใหม่ แต่ความคูลไม่ซ้ำเดิม


05. The Food Project TANWA

คาเฟ่ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากแบรนด์ดีไซน์ ที่นี่จึงไม่ใช่คาเฟ่เท่านั้น แต่ยังเป็น Concept Store สไตล์อินดัสเทียลเท่ๆ กับอาคารคอนกรีตทรงกล่องที่โดดเด่นด้วยงานโครงสร้างโชว์พื้นผิว ตัดความดิบของคอนกรีตด้วยสีเขียวของต้นไม้ใหญ่ที่รายล้อม พร้อมเชื่อมโยงธรรมชาติจากภายนอกเข้าสู่ภายในด้วยผนังกระจกขนาดใหญ่ที่ทำให้คาเฟ่แห่งนี้ดูโปร่งไม่ทึบตัน ขณะที่ภายในร้านกลับตกแต่งให้เรียบง่ายในบรรยากาศโฮมมี่

เมนูอาหารได้ไอเดียมาจากการเดินทางท่องเที่ยวยุโรปจนเกิดเป็นอาหารฟิวชั่นหลากความอร่อย โดยเน้นเมนูเพื่อสุขภาพ สอดรับกับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ดีไซน์ TANWA ที่เน้นความเป็นออร์แกนิก อย่าง “สลัดธันวา” สลัดผลไม้สดกรอบที่ราดด้วยโยเกิร์ตจนได้สลัดผลไม้รสกลมกล่อมที่ดีต่อสุขภาพ หรือจะเป็นเมนูขนมหวานเอาใจสาวๆ อย่าง “Apple Crumble” รสกลมกล่อมที่เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมวานิลารสหวานในกระทะร้อน เป็นต้น

ที่ตั้ง: ถนนบางกรวย-ไทรน้อย อำเภอบางบัวทอง นนทบุรี
เปิด – ปิด: 11.00 – 20.00 น. หยุดวันจันทร์
อ่านเต็มๆ ได้ที่

เสพย์งานดีไซน์ผ่าน Concept Store และชิลยามว่างในคาเฟ่ชื่อ The Food Project TANWA

About the author