ชาร์จเพียงครั้งเดียวใช้ได้ตลอดวันกับ 9 การตั้งค่าบนสมาร์ทโฟน ทั้ง iOS และ Android

ชาร์จเพียงครั้งเดียวใช้ได้ตลอดวันกับ
9 การตั้งค่าบนสมาร์ทโฟน ทั้ง iOS และ Android

เห็นหลายคนบ่นกันหนาหูว่า ตั้งแต่อัพ iOS 11 ก็ต้องพบกับปัญหาแบตเตอรี่หมดไว ยังไม่ทันครึ่งวันก็ต้องวิ่งหาที่ชาร์จแบตกันแล้ว วันนี้เราจึงได้รวม 9 การตั้งค่าที่จะช่วยยืดอายุการใช้แบตเตอรี่สมาร์ทโฟนให้สามารถใช้งานได้นานตลอดวันมาฝากกัน แน่นอนว่าวิธีเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android

01. จำกัดการแจ้งเตือนเฉพาะแอปสำคัญๆ เท่านั้น

จริงอยู่ที่การแจ้งเตือน (notifications) ของแอปต่างๆ ช่วยให้เราไม่พลาดข่าวสารหรือการอัพเดตสำคัญ แต่การแจ้งเตือนเหล่านี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว ดังนั้นแอปพลิเคชั่นไหนที่เราไม่ค่อยได้ใช้งานหรือไม่สำคัญ แนะนำให้ปิดการแจ้งเตือนนี้

  • iOS และ Android: Settings > Notifications > แล้วเลือกแอปที่ไม่สำคัญ พร้อมกดปิดการแจ้งเตือน

02. ปิดโหมดการอัพเดตข้อมูลอัตโนมัติ (auto-sync)

แอปพลิเคชั่นบางแอปอย่าง e-mail หรือ social networks มักจะมีการอัพเดตข้อมูลแบบอัตโนมัติ (auto-sync) อยู่เสมอแม้เราจะไม่ได้ใช้งานแอปนั้น ซึ่งถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มากที่ทำให้เราไม่ต้องรอการอัพโหลดข้อมูลเดิมๆ (หรือเก่าๆ) แต่ในทางตรงกันข้ามการที่เราต้องอัพเดตตลอดเวลาก็ทำให้สมาร์ทโฟนถูกใช้งานตลอดเวลาด้วยเช่นกัน ส่งผลให้แบตเตอรี่ถูกใช้งานอย่างเปล่าประโยชน์ การปิด auto-sync สำหรับบางแอปจึงเป็นตัวช่วยหนึ่งในการยืดอายุแบตเตอรี่ได้

  • iOS: Settings > General > Background App Refresh > เลือกแอปที่ไม่ได้ใช้งานบ่อย หรือไม่ต้องการให้อัพเดตตลอดเวลา
  • Android: Settings > Accounts > เลือกปิด auto-sync กับแอปที่ไม่ได้ใช้งานบ่อย หรือไม่ต้องการให้อัพเดตตลอดเวลา

03. ปิด GPS ไปซะ (หรือปิด location services นั่นเอง)

แอปพลิเคชั่นส่วนใหญ่จะมีการระบุตำแหน่งหรือ GPS ซึ่งการใช้งาน GPS เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว แม้จะมีประโยชน์ในกรณีที่เราต้องการระบุโลเคชั่นอย่าง facebook หรือแชร์โลเคชั่นใน line ให้เพื่อน แต่ทั้งนี้หากแอปไหนที่ไม่ต้องการระบุโลเคชั่นก็แนะนำให้ปิด location services จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ทางหนึ่ง

  • iOS: Settings > Privacy > Location Services > เลือกแอปที่ไม่ต้องการแชร์โลเคชั่น
  • Android: Settings > Location > เลือกแอปที่ไม่ต้องการแชร์โลเคชั่น

วิธีประหยัดแบต, smartphone, ประหยัดแบตไอโฟน, iOS 11, ประหยัดแบตซัมซุง, Android

04. ลดความสว่างของหน้าจอ

หน้าจอสว่างก็ช่วยให้เรามองจอได้ชัดขึ้น แต่ก็ไม่ควรตั้งค่าความสว่างจนสุด เพราะนอกจากจะเป็นผลเสียต่อสายตาแล้ว ยังทำให้เปลืองแบตเตอรี่โดยไม่จำเป็นอีกด้วย การตั้งค่าความสว่างแบบพอดีจึงเป็นตัวเลือกที่ดี แถมยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ทางหนึ่งด้วย

  • iOS: สามารถปรับความสว่างได้แบบ Auto-Brightness ซึ่งการเปิดระบบ Auto-Brightness ช่วยให้ปรับแสงหน้าจอตามสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม โดยไปที่ Setiings > Display & Brightness > Auto-Brightness ส่วน iOS 11 ให้ไปที่ Settings > General > Accessibility > Display Accommodations > Auto-Brightness หรือเราจะปรับความสว่างของหน้าจอเองแบบง่ายๆ ได้ที่ปุ่ม AssistiveTouch
  • Android: Settings > Display > เลือก Auto Brightness ซึ่งจะปรับความสว่างของหน้าจอแบบอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับ iOS หรือจะปรับความสว่างด้วยตัวเองผ่าน Brightness ในหน้าเดียวกันก็ได้เช่นกัน

05. แอปไหนไม่ใช้ก็ลบทิ้งซะ

ลองสำรวจสมาร์ทโฟนของเราว่ามีแอปพลิเคชั่นที่ไม่ได้ใช้งานมากน้อยแค่ไหน แล้วลองพิจาณาว่าแอปพลิเคชั่นเราได้ใช้งานบ่อยไหม ถ้าเป็นแอปที่ไม่ได้ใช้งานหรือไม่จำเป็น แนะนำให้ลบแอปนั้นทิ้งไปซะ เพราะยิ่งในสมาร์ทโฟนของเรามีแอปเยอะมากมายก็ยิ่งทำให้แบตเตอรี่ถูกใช้งานมากเท่านั้น

06. ตัดผู้ช่วย Siri และ Google Assistant ออกไป

จริงอยู่ที่ Siri และ Google Assistant เป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราได้มาก แต่กับบางคนที่แทบไม่เคยใช้ผู้ช่วยคนนี้ แนะนำให้ปิด Siri กับ Google Assistant จะดีกว่า ซึ่งการปิดผู้ช่วยนี้สามารถช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ทางหนึ่ง

  • iOS: Settings > Siri แต่หากเป็น iOS 11 จะเป็นคำว่า Siri & Search
  • Android: Google Setting > Voice > OK Google detection

07. ปิดระบบสั่น

หากคุณเลือกที่จะเปิดระบบเสียง ก็แนะนำให้ปิดระบบสั่น เพราะระบบสั่นเป็นฟีเจอร์ที่ทำให้เราสูญเสียแบตเตอรี่ค่อนข้างเร็วกว่าระบบเสียง ทั้งระบบสั่นของการโทรเข้า-ออกและระบบสั่นของการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่น

  • iOS: Setting > Sound & Haptics > System Haptics
  • Android: Settings > Sounds and Vibration > Vibrate while ringing

วิธีประหยัดแบต, smartphone, ประหยัดแบตไอโฟน, iOS 11, ประหยัดแบตซัมซุง, Android

08. เมื่อเชื่อมต่อฟังก์ชั่นหนึ่งก็อย่าลืมปิดฟังก์ชั่นอื่น

การเปิดโหมดเชื่อมต่อของสมาร์ทโฟนเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi, Bluetooth, Cellular หรือ AirDrop แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่หลายคนมองว่าไม่สำคัญและสะดวกดี แต่แท้จริงแล้วการเปิดการเชื่อมต่อเอาไว้ตลอดเวลา ทำให้แบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนหมดเร็วเช่นกัน ดังนั้นหากคุณเลือกเชื่อมต่อฟังก์ชั่นใดฟังก์ชั่นหนึ่ง แนะนำให้ปิดการเชื่อมต่ออื่นๆ ไปก่อน เช่น เปิดการเชื่อมต่อ Wi-Fi ก็ให้ปิด Bluetooth และ Cellular เป็นต้น

09. โหมด Airplane ใช้ได้ทุกสถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องอยู่บนเครื่องเท่านั้น

หลายคนจะใช้โหมด Airplane เฉพาะอยู่บนเครื่องบินเท่านั้น แต่หากช่วงเวลาไหนของวันที่ไม่จำเป็นต้องใช้สัญญาณโทรศัพท์หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็สามารถเปิดโหมด Airplane เพื่อประหยัดพลังงานได้ รวมทั้งในกรณีที่แบตเตอรี่เหลือน้อย และต้องเก็บพลังงานส่วนที่เหลือไปใช้ยามฉุกเฉิน ที่สำคัญการเปิด Airplane ระหว่างชาร์จโทรศัพท์ยังช่วยให้แบตเตอรี่เต็มเร็วขึ้นอีกด้วย


SEE MORE…

12 ฟังก์ชั่นลับใน Instagram ที่หลายคนอาจไม่รู้ แต่มีประโยชน์มาก

11 ฟังก์ชั่นไม่ลับของ Facebook แค่เราไม่รู้เท่านั้นเอง!!

About the author