เผยโฉม 5+1 คนสำคัญ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรองเท้าไนกี้

เผยโฉม 5+1 คนสำคัญ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรองเท้าไนกี้

WHAT: เบื้องหลังความสำเร็จของรองเท้าไนกี้ มีใครซ่อนอยู่บ้าง วันนี้เรามาเปิดโฉมหน้าบุคคลสำคัญที่มีส่วนช่วยผลักดันให้รองเท้าไนกี้โด่งดังและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกกัน!!

“ไนกี้” (Nike) แบรนด์รองเท้ากีฬาระดับโลกที่มีอายุยาวนาน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ไนกี้มีใครบ้าง ใครที่คอยผลักดันให้แบรนด์ไนกี้โด่งดังจนถึงทุกวันนี้ วันนี้เรามีข้อสรุปสั้นๆ มาฝากสาวกไนกี้กัน!!

• บิลล์ บาวเวอร์แมน กับ ฟิล ไนต์ ผู้ริเริ่มสร้างรองเท้ากีฬาคุณภาพ

เริ่มจากบุคคลสำคัญ ผู้ริเริ่มและจุดประกายที่ก่อให้เกิดรองเท้ากีฬาคุณภาพ ซึ่งทั้ง 2 คนต่างก็มีความเกี่ยวข้องกับกีฬา โดย “บิลล์ บาวเวอร์แมน” (Bill Bowerman) เป็นโค้ชกรีฑาของมหาวิทยาลัยโอเรกอน ในขณะที่ “ฟิล ไนต์” (Phil Knight) เป็นนักวิ่งระยะกลางจากพอร์ทแลนด์ ซึ่งเคยเรียนในมหาวิทยาลัยโอเรกอน โดยจุดรวมที่ทำให้พวกเขาจับมือทำธุรกิจร่วมกันมาจากความต้องการรองเท้ากีฬาคุณภาพนั่นเอง

ในปี 1962 ฟิล ไนต์ ที่ตามหารองเท้ากีฬาคุณภาพจนกระทั่งไปพบรักกับรองเท้าแบรนด์ญี่ปุ่น Onitsuka Tiger ซึ่งเป็นรองเท้ากีฬาที่มีคุณภาพตรงสเปก และมีราคาถูกกว่่าสินค้ากีฬาจากเยอรมนีซึ่งเป็นผู้นำตลาดในอเมริกาอยู่ขณะนั้น ฟิล ไนต์จึงชักชวน Onitsuka Tiger Company มาขยายตลาดในอเมริกา ภายใต้บริษัทชื่อ “Blue Ribbon Sports” หรือ BRS โดยฟิล ไนต์ รับผิดชอบดูเรื่องการตลาด ส่วนบิลล์ บาวเวอร์แมน รับหน้าที่พัฒนาสินค้าและกีฬา

ต่อมาในปี 1971 บิล บาวเวอร์แมนได้จัดตั้งบริษัทรองเท้ากีฬาขึ้นอีกแห่ง โดยใช้ชื่อว่า Nike Inc. และเมื่อเกิดข้อขัดแย้งทางธุรกิจระหว่าง BRS Inc. และ Onitsuke Tiger ทำให้บริษัท Nike หันไปผลิตรองเท้าวิ่ง เพื่อเจาะกลุ่มกรีฑาในโอลิมปิกโดยเฉพาะ และในที่สุด BRS Inc. และ Nike Inc. ก็ได้หลอมรวมเป็นบริษัทเดียวกัน

Nike, ประวัติไนกี้, ไนกี้, ผู้ก่อตั้งไนกี้, คนออกแบบโลโก้ไนกี้, สโลแกนไนกี้

• ภรรยาของบิลล์ บาวเวอร์แมน ผู้เป็นแรงบันดาลใจของรองเท้าไนกี้คู่แรก

ในปี 1970 หนึ่งปีก่อนที่บิล บาวเวอร์แมนจะก่อตั้งบริษัทรองเท้ากีฬา Nike เขาได้คิดค้นรองเท้ากีฬาแบบพื้นยางขึ้น ซึ่งต่อมาก็ได้กลายเป็นรองเท้าไนกี้คู่แรก โดยจุดเริ่มต้นของรองเท้าไนกี้คู่แรกมีที่มาไม่ธรรมดา เมื่อบิล บาวเวอร์แมนได้แรงบันดาลใจจากภรรยาของตัวเอง ซึ่งเหตุการณ์มีอยู่ว่า ในเช้าวันหนึ่งภรรยาของเขากำลังทำวาฟเฟิล เมื่อเขาได้เห็นเครื่องทำวาฟเฟิลเข้า จนเกิดเป็นไอเดีย ‘พื้นรองเท้ากีฬายาง’ โดยเขาได้ทดลองนำเครื่องอบวาฟเฟิลมาทำพื้นรองเท้า จนได้พื้นรองเท้ายางที่มีคุณสมบัติยึดเกาะพื้นสนามได้ดีกว่ารองเท้ากีฬาแบรนด์อื่นๆ และอีก 4 ปีต่อมา (1974) บิล บาวเวอร์แมนก็ได้นำรองเท้าคู่นี้ไปจดลิขสิทธิ์ ในชื่อของ “Nike Waffle Trainer” กลายเป็นรองเท้าไนกี้คู่แรก

• แคโรลิน เดวิดสัน เจ้าของผลงานเครื่องหมายถูก ซึ่งกลายเป็นโลโก้ของไนกี้

สำหรับเครื่องหมายการค้าหรือโลโก้ไนกี้ ซึ่งเป็นเครื่องหมายถูกนั้น เป็นผลงานการออกแบบของนักศึกษามหาวิทยาลัยโอเรกอนชื่อ “แคโรลีน เดวิดสัน” (Carolyn Davidson) โดยในขณะนั้น (1971) เธอได้รับค่าออกแบบเพียง 35 ดอลลาร์ และจริงๆ แล้วโลโก้ที่เธอออกแบบก็ไม่ค่อยถูกใจฟิล ไนต์เท่าไรด้วย แต่ในตอนนี้โลโก้เครื่องหมายถูกกลับมีมูลค่าสูงถึง 643,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแคโรลีน เดวิดสัน ก็ได้ถือหุ้นในไนกี้ ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 640,000 ดอลลาร์

Nike, ประวัติไนกี้, ไนกี้, ผู้ก่อตั้งไนกี้, คนออกแบบโลโก้ไนกี้, สโลแกนไนกี้

แกรี กิลมอร์ (Gary Gilmore)

• แกรี กิลมอร์ คำพูดสุดท้ายของฆาตกรที่กลายมาเป็นสโลแกนไนกี้

สโลแกน “Just Do It” ของไนกี้ก็มีที่มาไม่ธรรมดา เพราะมาจากคำพูดสุดท้ายของ “แกรี กิลมอร์” (Gary Gilmore) ฆาตกรชื่อดังของโอเรกอน ที่ต้องโทษประหารชีวิต โดยก่อนหน้าที่เขาจะถูกประหาร เขาได้พูดคำว่า “let’s do it” ซึ่งคำดังกล่าวกลายเป็นคำพูดที่ถูกโด่งดังไปทั่วโอเรกอนและทั่วสหรัฐอเมริกา ทำให้ แกรี กิลมอร์ กลายเป็นไอคอนทางวัฒนธรรม ที่สำคัญคำพูดนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนอีกด้วย อย่างเพลง Bring on the Night ของวง The Police หรือการแสดงของ แจ็ค นิโคคสัน จากเรื่อง The Postman Always Rings Twice รวมไปถึงสโลแกนของไนกี้อีกด้วย โดยสโลแกนไนกี้เกิดขึ้นในปี 1988 จากบริษัทเอเจนซี่โฆษณา Wieden+Kennedy ซึ่งเข้ามาดูแลแคมเปญของไนกี้ในขณะนั้น

Nike, ประวัติไนกี้, ไนกี้, ผู้ก่อตั้งไนกี้, คนออกแบบโลโก้ไนกี้, สโลแกนไนกี้

ไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan)

• ไมเคิล จอร์แดน แบรนด์แอมบาสเดอร์ ผู้ผลักดันให้ไนกี้เติบโตอย่างรวดเร็ว

อีกหนึ่งบุคคลสำคัญของไนกี้คือ “ไมเคิล จอร์แดน” (Michael Jordan) นักบาสเกตบอลชื่อดัง ผู้มีส่วนช่วยให้ไนกี้โด่งดังและมียอดขายถล่มทลาย โดยในปี 1984 ไนกี้ทำสัญญาสปอนเซอร์กับไมเคิล จอร์แดน ซึ่งในขณะนั้นเขาเป็นเพียงนักบาสเกตบอลหน้าใหม่ของ NBA พร้อมกันนั้นไนกี้ยังออกแบบรองเท้า Air Jordan สีดำแดงขึ้นมาให้เขาใส่ลงแข่งโดยเฉพาะ ต่อมา Air Jordan ก็ได้รับความนิยมและกลายมาเป็นไลน์ลูกของไนกี้ และแม้ว่าไมเคิล จอร์แดนจะเลิกเล่นบาสเกตบอลอาชีพตั้งแต่ปี 2003 แต่จอร์แดนก็ยังมีรายได้หลักต่อปีกว่า 60 ล้านดอลลาร์จากไนกี้ และกลายเป็นบุคคลที่ไนกี้เป็นผู้สนับสนุนหลักมาโดยตลอด

Nike, ประวัติไนกี้, ไนกี้, ผู้ก่อตั้งไนกี้, คนออกแบบโลโก้ไนกี้, สโลแกนไนกี้, ไมเคิล จอร์แดน

แต่กว่าไนกี้จะผลักดันให้ Air Jordan โด่งดังได้ก็มีเรื่องน่าปวดหัวมากมาย เพราะในช่วงเวลานั้นรองเท้าสีดำแดง ซึ่งแม้จะเป็นโทนสีที่เข้ากันกับสียูนิฟอร์มของ Chicago Bulls แต่ตัวไมเคิล จอร์แดนก็ไม่ค่อยชอบรองเท้าคู่นี้นัก เขาให้เหตุผลว่ามันเป็นสีของรองเท้าปีศาจ อีกอย่างในสมัยนั้นเขาฮิตรองเท้าบาสเกตบอลสีขาวกัน

อุปสรรคยังไม่หมดเมื่อคณะกรรมการ NBA สั่งแบนรองเท้าสีนี้ เนื่องจากเป็นโทนสีที่ขัดกับกฏการแต่งกายที่ต้องเป็นรองเท้าที่มีสีเข้าชุดและเข้ากับเพื่อนร่วมทีม โดยทาง NBA ได้สั่งปรับไมเคิล จอร์แดน เป็นเงิน 5,000 ดอลลาร์ทุกครั้งที่ใส่ Air Jordan ลงสนาม แต่ทั้งนี้ไนกี้ก็ได้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการยินดีจ่ายค่าปรับให้ เพราะไนกี้เล็งเห็นว่าคำสั่งแบนของ NBA เป็นโอกาสเหมาะที่จะโปรโมทรองเท้ารุ่นดังกล่าวไปในตัว โดยมีนัยยะว่าผู้ที่ได้สวมใส่มันคือผู้ที่ไม่ยอมรับการแบนของ NBA อยู่กลายๆ


ภาพจาก :
news.nike.com
www.nikeblog.com
solecollector.com
krazykillers.wordpress.com
creativemarket.com
www.sneakerfiles.com
sneakernews.com

About the author